5_212.jpg

หอสวดมนต์ทรงกลม
ที่ได้กล่าวไว้แล้วก็ได้เกิดขึ้นจริงๆ หลังจากปรับพื้นที่ด้านเหนือแล้ว มีพิธีเผากระดูกหลวงพ่อป้อง สุปฏิปนฺโน โดยวางศิลาฤกษ์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ จากนั้นก็ลงเสาเอกหอสวดมนต์และก่อสร้างโดยใช้กำลังชาวบ้านมาช่วยกันเทปูน จนถึงปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ ได้สำเร็จลุล่วงดังที่หลวงพ่อท่านนิมิตเห็นสมัยอยู่ป่าช้าวัดบ้านทึงหอสวดมนต์ (สร้างปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ - ๒๕๒๗) ใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ และปฏิบัติกรรมฐานของพระภิกษุ สามเณร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ ชั้น ลักษณะทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๙ เมตร สูงจากพื้นถึงยอดปลีแก้ว ๓๙ เมตร เป็นพื้นหินขัด ใช้งบการก่อสร้างประมาณ ๔ ล้านบาทเศษ และมีแท็งก์สำหรับบรรจุน้ำทั้งหมด ๕ ลูก มีขนาดต่างๆ กัน ดังนี้
๑. แท็งก์น้ำใต้บันได ขนาดกว้าง ๕.๑๕ ม. ยาว ๕.๓ ม.
๒. แท็งก์น้ำคอนกรีต เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๗ ม. สูง ๓.๔ ม.
๓. แท็งก์น้ำคอนกรีต เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ ม. สูง ๒.๕ ม.
๔. แท็งก์น้ำคอนกรีต เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๑ ม. สูง ๒.๗ ม.
๕. แท็งก์น้ำสแตนเลส เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๑๕ ม.สูง ๑.๕ ม.
นอกจากการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังแล้ว ท่านส่งเสริมให้ลูกศิษย์เรียนรู้ปริยัติด้วย ไม่ว่านักธรรมหรือด้านอภิธรรม ตั้งแต่ท่านอยู่วัดทุ่งสามัคคีธรรม อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีพระอาจารย์บุญธรรม สอนพระอภิธรรมและนักธรรมอีกด้วย เมื่อท่านเห็นมีพระและอุบาสิกาเพิ่มขึ้น ก็จึงส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรเรียนนักธรรมและส่งเข้าสอบนักธรรมสนามหลวง ในนามของนักเรียนวัดทับนาบ้าง วัดบ้านเชี่ยนบ้าง
ล่วงถึง พุทธศักราช ๒๕๑๗ ได้ขออนุญาตเปิดโรงเรียนสอนนักธรรมและธรรมศึกษาวัดไกลกังวลสำเร็จ โดยมีพระอุดม คุณวโร (คุณวโรดม) เป็นครูสอนองค์แรก มีนักเรียนมาก สอบธรรมสนามหลวง อำเภอหันคา เฉพาะวัดไกลกังวล มีผู้สอบนักธรรม ๑ ห้องเต็มและธรรมศึกษาอีก ๑ ห้องเช่นกัน
หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก อบรมสั่งสอนอยู่จนถึงปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ขอย้ายกลับไปอยู่วัดทุ่งสามัคคีธรรม อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดแรกที่ท่านได้สร้างไว้และเป็นวัดบ้านเกิดของท่านด้วย ท่านได้ทะนุบำรุงให้รุ่งเรืองอีกครั้ง จนได้มีลูกศิษย์เข้าปฏิบัติธรรมอย่างเนืองแน่น